โค้ชคุณพ่อ กับ เด็กชายวัยประถมที่ใช้ลูกฟุตบอลกำหนดเส้นทางชีวิตตัวเอง

SPORT POWER

โค้ชคุณพ่อ กับ เด็กชายวัยประถมที่ใช้ลูกฟุตบอลกำหนดเส้นทางชีวิตตัวเอง

 

แม้ว่าหลายบ้านจะมีกิจกรรมยามว่างกันหลายรูปแบบ แต่สำหรับครอบครัวของคุณพ่อเสกสรรค์ และ บีเอ็ม – ธนโชค จีบแก้ว คือการฝึกซ้อมฟุตบอลด้วยกัน โดยผู้เป็นพ่อรับหน้าที่ ‘โค้ช’ ให้ลูกชายด้วยตัวเอง

 

“ดูมาจากยูทูปแหละครับ เดี๋ยวนี้ไม่เหมือนสมัยเราเด็ก ๆ ที่ซ้อมกันตามมีตามเกิด เด็กสมัยนี้ถ้าตั้งใจจริงไปไกลกว่าคนรุ่นเรามาก” โค้ชคุณพ่อย้อนอดีตไปราว ๆ 30 ปีก่อน ในยุคที่เขาเริ่มเป็นหนุ่ม ซึ่งตอนนั้นผู้คนไม่ได้สืบค้นข้อมูลจากเว็บไซต์ได้ง่ายอย่างทุกวันนี้ เช่นเดียวกับการหาคลิปวีดิโอฟุตบอลเพื่อใช้เป็นแบบฝึกหัดสำหรับฝึกซ้อมด้วยตัวเอง เมื่อหลายปีก่อน ธนโชคในวัย 6 ขวบ ดูจะมีสายตาที่สนใจฟุตบอลมากกว่าเรื่องอื่น ไม่ต่างจากวันนี้ในวัย 12 ปีเศษ เรื่องฟุตบอลก็ยังเป็นเรื่องแรกเสมอ เสกสรรค์เล่าว่าการฝึกฟุตบอลของลูกชายมีหลายช่องทาง และต้องทำอย่างสม่ำเสมอ

 

“เวลาอยู่บ้าน เราก็ให้เขาเล่นคนเดียว ให้เขาเดาะบอลไปเรื่อย ๆ สร้างความคุ้นเคยกับบอล มันเป็นวิธีที่ทั่วโลกเขาใช้ฝึกกัน บางทีก็เดาะกับกำแพง บางทีบีเอ็มเขาก็เปิดยูทูปดูว่าอยากฝึกอะไร แล้วก็เอามาฝึกเองคนเดียว ถ้าเล่นแค่ที่โรงเรียนโปรแกรมมันน้อย ความสนใจเราเยอะ เราก็ต้องมาเล่นมาซ้อมคนเดียวด้วย หรือถ้าเสาร์อาทิตย์เขาก็จะขอไปฝึกที่อะคาเดมี” จากเดาะลูกบอลได้สองสามทีหล่น ก็ทำได้ติดต่อกันมากขึ้นเรื่อย ๆ จนสามารถเดาะไปด้วย เดินไปด้วยได้สุดสนามฟุตบอล เสกสรรค์เล่าว่า การเคี่ยวเข็ญของเขาเป็นเพียงส่วนเดียว แต่ความสนใจของธนโชคเองต่างหากที่เป็นส่วนสำคัญ ซึ่งความคิดของคนเป็นพ่อเห็นว่า ถ้าเด็กได้ออกกำลังกายก็น่าจะดีกว่าเล่นเกมหรือดูทีวี จะต่างจากพ่อคนอื่นอยู่บ้างก็ตรงที่เวลาลูกชายเล่นฟุตบอลกับเพื่อน เขาไม่ได้แค่นั่งดูเฉย ๆ แต่ยังคอยสังเกตว่า มีจุดอ่อนไหนบ้างที่ลูกชายควรพัฒนา

 

“เราเคยเล่นฟุตบอลมาก่อน ก็พอดูออกว่าเขามีทรงนะ คิดว่าพอไปได้ เราก็สังเกตดูว่าเขาขาดอะไร ก็มาฝึกเพิ่ม หาวิธีไปเรื่อย ๆ บ้านเราอยู่ใกล้ ๆ ม.เกษตรฯ กำแพงแสน ตกเย็นเราก็พากันไปฝึก เน้นเรื่องเบสิคฟุตบอล ไม่ได้เน้นเรื่องการเล่นทีมเท่าไร เพราะมองว่าการพัฒนาร่างกาย กล้ามเนื้อ รวมถึงทักษะพื้นฐานสำคัญกว่า การไปลงทีมบ่อย ๆ ก็ห่วงว่าผลแพ้ชนะหรือเรื่องการได้เหรียญได้ถ้วย จะทำให้เขามองฟุตบอลเปลี่ยนไป ที่ผ่านมาเวลาชวนบีเอ็มไปเล่นฟุตบอลเขาไม่มีอิดออดนะ พร้อมเสมอ”

 

เช่นเดียวกับครั้งที่ทราบข่าวจาก เพจ ‘King Power Thai Power พลังคนไทย’ ว่าโครงการ ‘ล้านลูก ล้านพลัง สร้างฝันเด็กไทย’ จะมาจัดกิจกรรมใกล้ ๆ บ้าน ธนโชคและคุณพ่อจึงเดินทางไปร่วมสนุก และรับลูกฟุตบอลมาไว้ซ้อมที่บ้าน แต่พอรู้ว่ามีการแข่งเดาะบอลที่มีลูกฟุตบอลอีกหลายสิบลูกเป็นรางวัลไว้ให้เพื่อน ๆ ที่โรงเรียนประถมฐานบินกำแพงแสน ได้แบ่งกันเล่นด้วยธนโชคจึงขอลองฝีมือทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เตรียมรองเท้ากีฬาไปด้วย แล้วลูกฟุตบอลเหล่านั้นก็กลายเป็นของขวัญชิ้นสุดท้ายแก่เพื่อน ๆ ก่อนที่ฟุตบอลจะนำทางเขาไปสู่โรงเรียนมัธยมแห่งใหม่ด้วยขาทั้งสองข้างที่ฝึกฝนมาอย่างดี

 

“เขาเป็นเด็กเรียนดี ได้ 4.00 มาตลอด แต่เขาอยากเข้าโรงเรียนกีฬา ผมก็พาไปทดสอบที่โรงเรียนกีฬาเทศบาลนครนครปฐม ซึ่งที่เราคุยกันอยู่นี้เขาไปอยู่โรงเรียนได้สิบกว่าวันแล้ว เป็นโรงเรียนประจำนะ” เสกสรรค์มองถึงอนาคตในเส้นทางนี้ด้วยสายตาที่เข้าใจ และยอมรับทุกการตัดสินใจของลูกชาย ไม่ว่าจะฝึกจนไปเล่นฟุตบอลอาชีพ หรืออยากหยุดเอาไว้แค่การออกกำลังกาย เพราะเรื่องเดียวที่เขาหวังคือ การมีทัศนคติที่ดีในชีวิต

 

“เมื่อบีเอ็มเข้าโรงเรียนกีฬาได้วันนี้แล้ว อีก 5 หรือ 10 ปีข้างหน้าจะเป็นยังไง ขอเพียงตอนนี้ผมสามารถผลักดันให้เขาทำในสิ่งที่ชอบได้ ผมก็อยากทำเพื่อลูก ขอแค่เขาโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีทัศนคติที่ดี จะทำอาชีพอะไรก็ได้ทั้งนั้น” โค้ชคุณพ่อทิ้งท้ายอย่างน่าสนใจ

 

#KINGPOWERTHAIPOWERพลังคนไทย
#WeBelieveInThaiPower
#เชื่อในพลังคนไทย
#LifeBeyondBoundaries
#เปิดประสบการณ์ให้ชีวิตไม่หยุดเดินทาง
#SportPower
#ล้านลูกล้านพลังสร้างฝันเด็กไทย

GALLERY