SPORT POWER

.

“จากเด็กที่คิดจะเตะฟุตบอลไปเรื่อยๆ แต่โครงการ Fox Hunt ทำให้เป้าหมายผมใหญ่ขึ้น มีโอกาสได้ไปเรียนรู้ที่ต่างประเทศจริงๆ  ได้ทั้งฝึกวินัย ความอดทน เปิดโอกาสให้ตัวเอง มองหาว่าเราเก่งอะไรเพื่อที่จะต่อยอดและก้าวสู่การเป็นมืออาชีพในอนาคต และตอนนี้การได้ค้าแข้งในต่างประเทศ เป็นความฝันของผม”

.

กัน – ธนธรณ์ น้ำจันทร์ เยาวชนนักเตะ โครงการ Fox Hunt รุ่นที่ 2 วัย 19 ปี บอกถึงความฝันของเขาในวันก่อนเดินทางไปที่สโมสรโอเอช ลูเวิน (OH Leuven) ประเทศเบลเยียม ทีมพันธมิตรของสโมสรเลสเตอร์ ซิติ้ หลังจากรอมานานกว่าปีเศษ ต้องยอมทิ้งโอกาสฟุตบอลอาชีพในไทย รอจนถึงวันที่ความฝันสุกงอมและพร้อมออกเดินทาง

.

ถ้าจะเทียบกับนักเตะเยาวชนจากโครงการเดียวกันอีกหลายคน เส้นทางสู่ Fox Hunt ของกัน อาจดูราบเรียบไม่มีหลุมบ่อ เพราะครอบครัวของเขาไม่ได้ลำบาก พร้อมสนับสนุนความฝันของเขาอย่างเต็มที่  ซึ่งโอกาสเข้าร่วมโครงการ Fox Hunt คือสิ่งที่ทำให้เป้าหมายใหญ่ขึ้น

.

“ผมเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่ 5 ขวบ แต่ก็เป็นแบบเตะเล่นกับเพื่อน พอ 10 ขวบ ก็เริ่มเข้าสู่ระบบฟุตบอลอย่างจริงจัง พ่อแม่ซัพพอร์ตผมเต็มที่ทุกอย่าง ผมได้ไปเรียน ไปฝึกตามอคาเดมีต่างๆ เจอโค้ชเก่งๆ มากมาย พอมัธยมเข้าโรงเรียนโยธินบูรณะ ก็ได้เล่นฟุตบอลทีมโรงเรียน และจุดเริ่มต้นของผมก็คือการเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอล คิง เพาเวอร์ คัพ (King Power Cup) ถึงทีมโรงเรียนเราจะตกรอบตั้งแต่นัดที่ 3 แต่ผมก็ได้รับการติดต่อจากทีม สเกาต์ของทางเลสเตอร์ พาไปทดสอบฝีเท้า คัดเลือกหา 33 คน เข้าแคมป์ เพื่อคัดให้เหลือ 16 คน ที่ได้ไปอังกฤษ ตอนไปถึงที่โน่นก็พยายามทำทุกวันให้ดีที่สุด แสดงศักยภาพให้เขาเห็นว่าเรามีอะไรดี อยู่ฝึกฝนที่อังกฤษตั้งแต่ปี 2560- 2562 ก็กลับมาประเทศไทยครับ”

.

ทันทีที่กลับเมืองไทยเมื่อปลายปี 2562 เขาต้องเริ่มต้นตัดสินใจอนาคตของตัวเอง เมื่อมีบททดสอบสำหรับหนุ่มน้อยคนนี้ที่โอกาสเข้ามาหาเขาพร้อมกันถึง 2 ทางเลือก

.

กันมีโอกาสไปคัดเลือกเป็นนักเตะในสโมสรทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด (True Bangkok United) ในลีกไทย ขณะเดียวกันก็ได้รับข่าวว่าเขามีรายชื่อติดในสโมสรโอเอช ลูเวิน แต่การเดินทางต้องหยุดลงชั่วคราวเพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลกตลอดปี 2563

“ผมกับเพื่อนๆ รอประมาณปีกว่าๆ หลายคนถามเหมือนกันว่ามีโอกาสได้เล่นอาชีพที่ไทยแล้วทำไมตัดสินใจไปเบลเยียม นั่นเพราะความฝันของผมก็คือการได้ไปค้าแข้งในต่างประเทศ ก็เลยละทิ้งการเล่นฟุตบอลที่ไทย”

.

เมื่อถามว่าระหว่างหนึ่งปีกว่าๆ ที่รอ เคยรู้สึกท้อหรือตั้งคำถามกับตัวเองบ้างไหม?

“ตอบตามตรงมันก็มีฉุกคิดขึ้นมาบ้างว่ามันคุ้มค่าที่จะรอไหม ตอนนั้นเราน่าจะเลือกเล่นที่สโมสรในไทยไปก่อน จะได้มีผลงาน แต่พอคิดอีกที ผมว่าสิ่งที่เราตัดสินใจไปแล้ว มันก็คุ้มค่าที่สุดแล้ว และที่สำคัญการเดินทางครั้งนี้มันตอบโจทย์ความฝันของผม แม้จะมีเวลาไม่มาก แต่มันก็ผลักดันให้เราทำให้เต็มที่และดีที่สุด”

.

กัน เล่าว่า ในระหว่างที่เขาและเพื่อนอีก 3 คน รอวันเดินทาง ทางโครงการ Fox Hunt ก็ได้ส่งไปเตรียมสภาพร่างกายและฝึกฝนทักษะที่สโมสร สยามเอฟซี ซึ่งแต่ละคนต้อง ฝึกซ้อมตามตารางที่โค้ชสโมสรโอเอช ลูเวิน กำหนดให้

“ไปอังกฤษ 2 ปี ผมได้เรียนรู้เยอะมาก ทั้งระบบฟุตบอลในต่างประเทศ โดยเฉพาะในยุโรป เรื่องทัศนคติ และเทคนิคการเล่น ความเข้มข้น และความหนักแน่นของโปรแกรมในยุโรป ผมก็จะนำประสบการณ์จากตรงนี้ไปใช้ในโอเอช ลูเวิน ด้วย”

.

ถามว่าคาดหวังอะไรกับการเดินทางครั้งนี้  “การเป็นนักเตะ Fox Hunt เป็นกึ่งอาชีพเพราะพวกเราเป็นเยาวชน แต่การเดินทางครั้งนี้ได้ยกระดับพวกผมให้ก้าวสู่อาชีพเต็มตัว หวังว่าจะได้ทำผลงาน ได้โชว์ว่าพวกเราเด็กไทยมีความสามารถ และสามารถเล่นฟุตบอลในยุโรปได้จริง คาดหวังกับตัวเองเหมือนกันว่าจะต้องทำผลงานได้ดี และได้ต่อสัญญาในอนาคตด้วย”

“ผมขอขอบคุณ คิง เพาเวอร์ จากใจจริง ที่มอบโอกาสให้นักฟุตบอลคนหนึ่ง รวมทั้งเพื่อนๆ อีกหลายคน ได้สานฝันที่จะก้าวสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพ และฝากถึงน้องๆ ที่รักในการเล่นฟุตบอลว่า เรามีโลกใบใหญ่ที่ต้องเรียนรู้ อย่ารอให้โอกาสเดินทางมาเอง เราต้องขวนขวายหาโอกาสนั้น และเตรียมตัวให้พร้อมรับโอกาสที่อาจเดินทางมาแบบไม่ทันตั้งตัว และเมื่อได้รับโอกาสมาแล้วต้องทำให้เต็มที่เสมอ ทำให้คุ้มค่ากับที่เขามอบให้ เพราะมันอาจจะเป็นเพียงครั้งเดียวในชีวิต มันไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่าย ขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นตั้งใจของเรา เราต้องมีเป้าหมาย มีธงในใจแล้วก็พยายามไปให้ถึง…สู้ๆ ครับ”

.

#KingPowerThaiPowerพลังคนไทย #FoxHunt #SportPower