MUSIC POWER

 

“การประกวดถือเป็นการทดสอบตัวเอง เป็นการเปิดโลกให้ได้เห็นว่า ในขณะที่เราคิดว่าเราซ้อมเยอะแล้ว แต่ยังมีคนซ้อมเยอะกว่าเราอีกมาก และนั่นคือพลังที่เราจะเก็บมาพัฒนาตัวเอง”

.

แนวคิดที่มีต่อการประกวดดนตรีของ พล – คชภัค ผลธนโชติ สมาชิกวง CLASH วงร็อคแถวหน้าของประเทศไทย และยังเป็นผู้บริหารค่ายเพลง BOXX MUSIC ที่ปั้นนักร้องชื่อดังมาแล้วมากมาย นี่คือบทพิสูจน์ชั้นเยี่ยมของการทุ่มเทแรงกายใจอันเป็นพรแสวงควบคู่ไปกับพรสวรรค์ที่ฟ้าให้มา และกว่าจะมาถึงจุดนี้ เขาทุ่มเทเกือบทั้งชีวิตในวัยเรียนให้กับการเล่นดนตรี รวมทั้งการฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อเข้าร่วมแข่งขันในทุกเวทีประกวด

.

ความหลงใหลในดนตรีของพลบ่มเพาะมาตั้งแต่วัยประถม โดยเริ่มจากการเป็นสมาชิกวงดุริยางค์และดนตรีไทย ก่อนย้ายมาเรียนที่โรงเรียนราชวินิตบางแก้วในโควตาดนตรี ซึ่งเขารับหน้าที่มาแล้วหลากหลายบทบาท ตั้งแต่สมาชิกวงโยธวาทิต นักทรัมเป็ตสมัยประกวดประเภทคอนเสิร์ต ไปจนถึงคนตีสแนร์ดรัมนำสัญญาณเมื่อครั้งที่ประกวดประเภทแปรขบวน แต่ชีวิตก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ พลและเพื่อนๆ ไม่ประสบผลสำเร็จเลยสักปีตั้งแต่เริ่มประกวดในงานวันเด็กในชั้น ม.2 จนเป็นที่กล่าวขานกันว่า เป็นนักเรียนรุ่นที่แพ้มาตลอดชีวิต แต่ด้วยความไม่ย่อท้อ แม้ต้องตรากตรำซ้อมมาทั้งปีเพื่อลงแข่งเพียงไม่กี่นาที ในที่สุดชัยชนะก็มาหาเขาในปีสุดท้ายของมัธยมปลาย ซึ่งไม่เพียงลบคำสบประมาท แต่ยังถือเป็นการปลดล็อคชีวิตที่ตั้งใจทุ่มเทมาเป็นเวลากว่า 5 ปี

.

ในช่วงนั้น วง CLASH ได้เข้าร่วมประกวด Hotwave Music Awards ครั้งที่ 2 แต่ยังไม่ได้เข้ารอบ “ตอนนั้นก็กลับมาคุยกันว่าต้องซ้อมให้หนักกว่านี้ ปีนั้น ม.5 ยังมีโอกาสอีกปี” และเมื่ออีกปีวนมาถึง วงจึงลงแข่งอีกครั้งและสามารถคว้าอันดับ 2 มาครองจนได้

.

หลังจากได้ผ่านการประกวดมาหลายเวที พลเล่าถึงความรู้สึกที่ผ่านมาว่า

“ผมชอบการประกวดนะ มันเป็นการแข่งขัน นอกจากแข่งกับโรงเรียนอื่นแล้ว เราต้องแข่งกับตัวเองด้วย เฮ้ย! เราซ้อมดีแล้วยัง เราเป่าท่อนนี้ได้คล่องแล้วยัง เราจำโน้ตได้แม่นหรือยัง คือมันซ้อมไปถึงจุดที่ว่าเราไม่ต้องดูโน้ตแล้ว เพราะกล้ามเนื้อจำหมดแล้ว และมากกว่าการไปเอาประสบการณ์ คือมันมีการฝึกซ้อม ผมเป็นพวกชอบฝึกซ้อม การที่จะทำอะไรต้องทุ่มสุดตัว การฝึกซ้อมมันคือทุกสิ่งของการเดินออกไปเล่น ไม่ซ้อมแล้วเดินไปเล่น ไม่มีทางทำได้ดี ดนตรีสำหรับผม คือสกิลที่ต้องทำซ้ำ”

.

ความรู้สึกของการรับหน้าที่เป็นหนึ่งในกรรมการสำหรับการประกวดดนตรี The Power Band ในปีนี้

“ผมว่านักดนตรีของประเทศเรามีไม่น้อย และเก่งไม่น้อย เพียงแค่โอกาสและพื้นที่มันน้อย ผมรู้สึกว่าเวทีนี้จะทำให้น้องๆ ที่มีความฝันว่าอยากจะเติบโตไปเป็นนักดนตรี หรือมีอาชีพอยู่ในวงการเพลงในอนาคตรู้สึกมีพลัง เพราะรู้ว่ามีผู้ใหญ่ที่มองเห็นความตั้งใจ”

.

สุดท้ายพลได้ฝากข้อคิดที่ได้จากประสบการณ์ที่สั่งสมบนเส้นทางดนตรีของเขา

“นอกจากการฝึกซ้อม ทีมเวิร์กก็สำคัญ ทั้งวงอาจจะไม่มีสกิลเลิศเลอทุกคนก็ได้ แต่คอนเนคกันได้ เล่นด้วยกันแล้วแม่นยำ มีไดนามิกที่เพราะ เข้าใจในอารมณ์ของเพลง ทั้งวงต้องเหมือนเรือลำเดียวกัน ไปด้วยกัน ไม่โคลงเคลง แต่ในช่วงนี้ก็ให้เน้นซ้อมส่วนตัว ไม่พาตัวเองไปในที่เสี่ยง เมื่อต้องมารวมตัวซ้อมกับเพื่อนๆ จะได้ปลอดภัย และอยากให้น้องๆ คิดเสมอว่าเวทีที่ทุกคนขึ้นไปเล่นมันคือบ้าน เล่นบนเวทีให้เหมือนเล่นอยู่ที่บ้าน ขึ้นไปแสดงแบบมีความสุข ไม่ต้องกดดัน เพราะดนตรีไม่เคยทำร้ายเรา แค่ทำให้เต็มที่สมกับที่ซ้อมมาก็พอครับ (ยิ้ม)”

.

#KingPowerThaiPowerพลังคนไทย #TIWSC #ThePowerBand #MusicPower